การใช้ไม้เสี่ยงทาย (เช้งปวย) อย่างถูกวิธี

เครื่องเสี่ยงทายหรือไม้เสี่ยงทาย ( ไป , โปย , ปวย , เช้งปวย ฯลฯ) ลักษณะเป็นไม้นูนโค้งหลังเต่า, ด้านหน้าเรียบซึ่งสามารถนำมาประกบเข้าหากันเป็นอันเดียว มีสองอันเป็นหนึ่งชุด

ไม้เสี่ยงทายที่ว่านี้นับเป็นอุปกรณ์สำคัญในการสื่อสารระหว่างผู้ศรัทธากับอานุภาพขององค์ศักดิ์สิทธิ์ ใช้โยนเสี่ยงทายถามเรื่องราวต่างๆ และอ่านคำทำนายจากการหงายคว่ำของไม้สองซีกนี้ ซึ่งมีการใช้ไม้เสี่ยงทายลักษณะนี้มาช้านานนับแต่โบราณกาลถึงปัจจุบัน และไม้เสี่ยงทายถือเป็นอาญาสิทธิ์ของเทพองค์ประธาน ณ แท่นบูชานั้นๆ   แต่ก็สามารถใช้ร่วมกับเทพองค์อื่นๆที่ประทับ ณ แท่นบูชาเดียวกันได้   หากเป็นแท่นบูชาพระในบ้าน หนึ่งกระถางธูปสามารถมีไม้เสี่ยงทายได้เพียงคู่เดียวเท่านั้น   ไม่ควรมีมากกว่านั้น

เล่าว่าเดิมครั้งพุทธศาสนาลัทธิมนตระยานและศาสนาเต๋ารู่งเรืองในจีน ราวพุทธศตวรรษที่ 11 “ ไป ” ที่ใช้ในราชสำนักทำมาจากหยก มีอภินิหารถึงความขลัง โยนอย่างไรก็ไม่แตก แต่ทุกอย่างเป็นอนิจจัง เมื่อความขลังเสื่อมลง “ ไป ” หยกตกแตก ก็เป็นที่ถอนศรัทธา และเป็นเหตุให้เปลี่ยนมาทำจากไม้ไผ่ (ส่วนหัวของไม้ไผ่ตง) หรือไม้จันทร์

ตามตำราโบราณจารย์ ฝาไม้ทั้งสองที่นำมาประกบเสี่ยงทาย จะต้องเท่ากันทั้งรูปลักษณ์และน้ำหนักของไม้

ก่อนใช้เครื่องเสี่ยงทายเป็นครั้งแรก จะต้องให้เทพทำพิธีโดยผ่านร่างทรง เมื่อทำพิธีแล้ว เทพในร่างทรงจะลองเสี่ยงทาย โดยโยนไม้เสี่ยงทายให้มีลัีกษณะต่างกัน 3 แบบ คือ คว่ำทั้งสองอัน, หงายทั้งสองอัน, และคว่ำหนึ่งอัน หงายหนึ่งอัน เทพจะโยนไม้เสี่ยงทายจนออกลักษณะ คว่ำอัน หงายอัน ถือว่าเสร็จพิธี

ในกรณีที่ซื้อไม้เสี่ยงทายมาใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน ผู้เป็นเจ้าของก็สามรถทำพิธีเปิดหน้าไม้นี้ด้วยตนเอง ณ แท่นบูชาภายในบ้าน   โดยจะต้องนำไปรมควันธูปหรือควันของกำยานเหนือกระถางธูปที่แท่นบูชาเพื่อให้สะอาดปราศจากมลทิน และทุกครั้งที่จะใช้งานไม้เสี่ยงทาย ควรนำไม้เสี่ยงทายประกบกัน แล้วรมควันกำยานหรือควันธูปหน้าแท่นบูชานั้นๆ เสียก่อน ควรจะปฏิบัติดังนี้ทุกครั้ง

โดยประกบหน้าเรียบของไม้เสี่ยงทายเข้าหากัน แล้ววนรอบ เป็นวงกลม   (เหนือปลายธูปที่จุดบูชาหรือเหนือโถกำยาน) โดยหมุนวน "ตามเข็มนาฬิกา"   ให้ได้ 3 รอบ(จากซ้ายไปขวา)   ต่อจากนั้นก็ให้อธิษฐานขอพรต่อองค์เทพ   ขอให้ไม้เสี่ยงทายมีความขลังและศักดิ์สิทธิ์   จากนั้นให้โยนไม้เสี่ยงทายให้ขึ้นทั้งสามหน้าคือ คว่ำทั้งคู่ , หงายทั้งคู่ ,  และ คว่ำอันหนึ่งหงายอันหนึ่ง ถือว่าไม้เสี่ยงทายนั้นมีความขลังชงัดนัก

ทุกครั้งที่ต้องการสื่อความหรือทูลถามในเรื่องสำคัญๆต่อองค์เทพด้วยไม้เสี่ยงทายนี้   ให้จุดธูปบูชาตามปกติ   และนำไม้เสี่ยงทายประกบวนรอบปลายธูป   หรือกลุ่มควันของโถกำยาน   กระทำเช่นที่เปิดไม้เสี่ยงทายครั้งแรก   ต้องทำอย่างนี้ทุกครั้งที่จะใช้งานไม้เสี่ยงทาย   ก่อนที่จะนำมาประกบอธิษฐานในสิ่งที่ตนเองประสงค์

การโยนไม้เสี่ยงทาย(ในขณะที่นั่งกราบพระหรือไหว้เทพ)   จะต้องโยนไม้เสี่ยงทายให้สูงพ้นศีรษะของผู้อธิษฐานเสมอ ( ห้ามยืนในขณะที่โยนไม้เสี่ยงทาย)   ในกรณีไหว้พระตามศาลเจ้าหรือวัดทั่วไป   จะต้องโยนไม้เสี่ยงทายให้สูงพ้น(ความสูงของ)โต๊ะหรือแท่นบูชา   กรณีที่ไม้เสี่ยงทายหล่นลงมากระทบอะไรก็ตาม แล้วแสดงคำทำนายออกมา   ให้ถือว่าคำทำนายนั้นมีผล ใช้ได้   ไม่ต้องเสี่ยงทายใหม่

การอธิษฐานทูลถามหรือขอพรต่อองค์เทพ   ต้องอธิษฐานเพียงครั้งละหนึ่งประเด็น   หรือหนึ่งเรื่อง   หรือหนึ่งคำถามเท่านั้น   โดยให้เจาะจงทูลฯเป็นคำถามเพียงประโยคเดียว   และเมื่อได้คำตอบจากไม้เสี่ยงทายแล้ว   ห้ามถามซ้ำในคำถามเดิมอีก   ไม่ว่าผลที่ได้จากไม้เสี่ยงทายจะเป็นที่พอใจของตนหรือไม่ก็ตาม

ในการใช้ไม้เสี่ยงทายคู่กับเซียมซี   เมื่ออธิษฐานและเสี่ยงเซียมซีได้หมายเลขใดก็ตาม   ให้วางไม้เซียมซีอันนั้นไว้กับพื้น   แล้วใช้ไม้เสี่ยงทายอธิษฐานทูลถามว่า   " เซียมซีอันนี้เป็นของข้าพเจ้าหรือไม่"   แล้วให้โยนไม้เสี่ยงทายขึ้น     ถ้าไม้เสี่ยงทายออกหน้าเป็นคว่ำทั้งคู่   ก็แปลว่าไม่ใช่ ,  ให้ทำการเสี่ยงเซียมซีใหม่   ถ้าออกหน้าหงายทั้งคู่   ก็แปลว่า   ให้เราตัดสินใจได้เองว่าจะรับเซียมซีหมายเลขนั้นหรือไม่   ถ้ารับก็ยุติ   ถ้าไม่รับก็ให้เอาไม้เซียมซีใส่ลงในกระบอกและเสี่ยงเซียมซีใหม่   ถ้าไม้เสี่ยงทายออกหน้าคว่ำหนึ่งอัน   หงายหนึ่งอัน   แปลว่า "ใช่" ไม่ต้องเซียมซีใหม่

การใช้ไม้เสี่ยงทายที่ถูกวิธี   ห้ามกำหนดวิธีการใช้ด้วยตนเองต่อองค์เทพอย่างเด็ดขาด ตัวอย่างเช่น " ถ้าสิ่งที่ลูกถามเป็นความจริง   ขอให้ไม้นี้หงายทั้งคู่" กรณีเช่นนั้น ถือได้ว่าเป็นการยื่นเงือนไขต่อองค์เทพ   เท่ากับบังคับให้ไม้เสี่ยงทายทำหน้าที่ตามที่ตนเองต้องการ   โดยที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์นั้น   ซึ่งเป็นสิ่งมิบังควรอย่างยิ่ง   เพราะการใช้ไม้เสี่ยงทายมีรูปแบบที่เรียกได้ว่าเป็นสากล(กับเทพทุกองค์) นั่นคือมีคำทำนายเพียง 3 หน้าเท่านั้นคือ

คว่ำทั้งคู่ แปลว่า   ไม่ใช่ ,  ไม่ได้ ,  ไม่รับ  

หงายทั้งคู่ แปลว่า   ไม่มีความเห็น , ให้ตัดสินใจได้เอง  

คว่ำหนึ่งอัน-หงายหนึ่งอัน   แปลว่า   ใช่ , ได้ , รับ , ถูกต้อง ฯลฯ

การใช้ไม้เสี่ยงทายต่อหนึ่งคำถาม   สามารถอนุโลมให้โยนใหม่ได้ไม่เกิน 3 ครั้งต่อ 1 คำอธิษฐาน (ถ้าผู้ที่มีศรัทธาและเคร่งครัดในการเคารพบูชาองค์เทพอย่างจริงจัง จะกำหนดไว้เพียง 1 ครั้งโยนเท่านั้น หากไม่ได้คำตอบที่ตนต้องการใน 3 ครั้งโยน   ภายในหนึ่งชั่วธูปที่ตนเองจุดถวาย   ไม่สามารถโยนไม้เสี่ยงทายได้อีก   ต้องรอธูปให้หมดและจุดใหม่   หรือถ้าเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ   ต้องให้ถัดไปวันที่ 3 จึงจะสามารถทูลฯคำถามเดิมได้อีกครั้ง

ในกรณีที่ทูลขอพรเรื่องใดเรื่องหนึ่ง   เมื่ออธิษฐานขอแล้วโยนไม้เสี่ยงทายตามเกณฑ์   ปรากฏผลคำทำนายว่าไม่ได้ตามที่ขอ(คว่ำทั้งสองอัน)   ผู้ศรัทธาสามารถบนบานท่านได้   ซึ่งการบนก็ต้องพิเคราะห์ว่าเรื่องที่ขอนั้นเล็กใหญ่มากน้อยแค่ไหนเพียงใด   เครื่องเซ่นไหว้ที่บนนั้นก็ต้องเหมาะสมกับความสำคัญของสิ่งที่ขอ   มากน้อยให้เป็นไปตามความเหมาะสม (การบนบานสำหรับเทพ   ถือเป็นการวัดใจผู้ศรัทธา   เป็นเรื่องของสัจจะบูชา) จากนั้นก็ให้โยนไม้เสี่ยงทาย หากเทพท่านรับการบนบานศาลกล่าวข้างต้น ไม้เสี่ยงทายจะออกผลเป็น คว่ำอันหนึ่ง หงายอันหนึ่ง

กรณีที่มีแท่นบูชาเทพและมีไม้เสี่ยงทาย   ให้วางไม้เสี่ยงทายขนาบสองข้างโถกำยานหรือกระถางธูป   โดยวางอันด้านซ้ายมือของเรา   ให้วางคว่ำ   ส่วนอีกอันด้านขวามือของเรา ให้วางหงาย   จำง่ายๆคือ "ขวามือหงาย ซ้ายมือคว่ำ"

 

ธนกฤต เสรีรักษ์
ตุลาคม 2550